ufabet ทีเด็ด บอล วันนี้ ราคา บอล

เหตุแห่งการได้รับเลือก…ปืนใหญ่หมายเลข 10

     เรื่องของหมายเลข ในวงการฟุตบอล เป็นเรื่องที่มีการ “ให้ลำดับ” ความสำคัญมาอย่างยาวนานแล้ว แม้ว่าในยุคสมัยก่อน จะไม่มีการกำหนดหมายเลขเสื้อ เชื่อมต่อกับตัวบุคคล อย่างชัดเจน แต่หากคุณใส่เสื้อหมายเลข 1- 11 อยู่ในสนาม นั่นหมายถึงคุณคือ 11 คนแรกภายในทีมตัวจริง

 

     การติดหมายเลขเสื้อ แรกเริ่มเลยคือติดเพื่อให้ กรรมการ และผู้ชมในสนาม (รวมแฟนบอลทางบ้าน) สังเกตได้ง่ายขึ้น กรรมการตัดสินเกมง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม เวลานั้นคือ 1-11 ใครลงตัวจริงคนนั้นได้สวมหมายเลข

นั้น

 

     หลังจากนั้นก็เริ่มมีการกำหนดว่า หมายเลขใด ควรเล่นตำแหน่งใด หมายเลข 1 คือหมายเลขของนายทวาร หมายเลข 5 คือกองหลัง, หมายเลข 9 คือกองหน้า หรือ 11 คือตำแหน่งของปีก และแน่นอน 10 หมายเลขกองกลาง หรือกองกลางตัวรุกในทีม ดังนั้น หมายเลขเหล่านี้จึงมี “นัยยะ” ที่มากกว่าแค่เป็นตัวจริงในทีม

บางลีกไม่มีการกำหนด หรือมีแนวคิดว่า หมายเลขใดจะเล่นตรงไหน

     พอยุคสมัยเปลี่ยนไป หมายเลขเสื้อ และชื่อของนักเตะ กลายเป็นสิ่งที่เข้ามาในวงการฟุตบอล มีการกำหนดตายตัวในแต่ละปีว่า นักเตะ คนไหนสวมหมายเลขอะไร ทั้งในแง่ของการเก็บฐานข้อมูล และแง่ของการตลาดที่สามารถขายเสื้อ นักเตะ ได้มากขึ้น กว่าที่จะซื้อเสื้อเพียงอย่างเดียว ก็มีการซื้อเสื้อติดชื่อ และหมายเลข ลงไปด้วย ในแง่ของ นักเตะ มันคือความภาคภูมิใจที่จะมีหมายเลขเสื้อในสโมสรเป็นของตนเอง

 

     ในบางลีกไม่มีการกำหนด หรือมีแนวคิดว่า หมายเลขใดจะเล่นตรงไหน หรือหมายเลขยิ่งน้อยหมายถึงตัวจริง นักเตะหลายคนใส่เบอร์เสื้อแปลก ๆ ที่เราจะไม่ค่อยเห็นใครสวมใส่กัน อย่างเช่น กัลโช่ เซเรีย อา คุณอาจะเห็นนักเตะเลือกเสื้อหมายเลข 80 – 90  ใส่กันในหลายสโมสร หรืออย่างเช่น โรนัลโด้ แห่งบราซิล เลือกหมายเลข 99 ลงเล่นกับ เอซี มิลาน ก็เคยมาแล้ว

 

     ตรงข้ามกับ ลา ลีกา จะมีการกำหนดชัดเจนเลยว่าทีมจะลงเล่นชุดใหญ่จะมีหมายเลข 1 – 25 ถ้ามากกว่านั้นจะเป็น นักเตะ ของทีมเยาวชนที่ได้ขึ้นมาเล่นในทีม เช่นเดียวกับ พรีเมียร์ ลีก ก็ไม่แตกต่างกัน แม้ว่าหมายเลขจะไม่ถูกกำหนดแบบใน ลา ลีกา แต่ นักเตะ หลายคนก็ยังอยากได้เสื้อหมายเลขจำนวนน้อย ๆ มากกว่าใส่หมายเลขที่มาก

 

     อ้างอิงอีกสักครั้งจากการพูดคุยกับ เฮคตอร์ เบลเลริน แบ็คขวา อาร์เซนอล ในปี 2015 เคยกล่าวว่า นักเตะ ทีมเยาวชนทุกคนอาร์เซนอล จะสวมเสื้อหมายเลขมากกว่า 30 ลงไป อย่างตัวเขาเองเริ่มต้นที่หมายเลข 40 เมื่อได้ขึ้นทีมชุดใหญ่ และมีโอกาสได้หมายเลขที่น้อยลง ก็พร้อมจะเปลี่ยน โดย เบลเลริน ตลอด 10 ปี กับ อาร์เซนอล ใส่มาแล้วทั้งหมายเลข 40 – 39 – 24 และ 2 ในปัจจุบัน

สำหรับ อาร์เซนอล หมายเลข 10 เป็นหนึ่งในหมายเลขที่มีความหมายอย่างยิ่ง

     ทั้งนี้ นักเตะ หลายคนที่เลือกหมายเลขมากกว่า 30 หรือเลขจำนวนที่ชอบของตัวเองลงเล่น อย่างเช่น หมายเลช 34 ที่อดีต นักเตะ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม หลายคน เมื่อย้ายทีมออกไปยังสโมสรอื่น ก็จะเลือกหมายเลขนี้ เพื่อระลึกถึง อับเดลฮัค นูริ กองกลางดาวรุ่งของ อาแจ็กซ์ ซึ่งวูบหมดสติไประหว่างลงเล่น และ ณ เวลานี้ แม้จะฟื้นแล้วแต่ก็ไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ หรืออย่าง กรานิท ชาก้า (34) หรือ นิคลาส เบนด์เนอร์ (52) พวกเขาต่างเลือกหมายเลขเสื้อ เพราะมีความชอบ หรือความเชื่อในโชคลางเป็นการส่วนตัว

 

     เช่นเดียวกับ หมายเลข บางหมายเลข ของแต่ละสโมสรถูกเตรียมสำหรับคนที่พิเศษเท่านั้น ที่จะได้รับมันไปครอบครอง และสำหรับ อาร์เซนอล หมายเลข 10 เป็นหนึ่งในหมายเลขที่มีความหมายอย่างยิ่ง

 

พอล เมอร์สัน : หมายเลข 10 คนแรก

     ในปี 1992 พรีเมียร์ ลีก มีการกำหนดเสื้อหมายเลขเสื้อ ผูกติดกับตัวนักเตะ โดยอาร์เซนอล มอบมันให้กับ พอล เมอร์สัน นักเตะลูกหม้อของทีม เป็นคนแรกที่ได้สวมใส่มัน เพราะก่อนหน้านั้น บ่อยครั้งเขาก็ได้รับหมายเลขนี้เป็นประจำอยู่แล่ว และแน่นอน “เมิร์ส” ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวัง เขายอดเยี่ยมมากตลอดการเป็นเจ้าของหมายเลข 10 จนกระทั่งออกจากทีมไปในปี 1997 อย่างไรก็ตามผู้รับช่วงต่อจากเขากลับทำได้ยอดเยี่ยมกว่า

 

เดนนิส เบิร์กแคมป์ : หมายเลข 10 ผู้ยิ่งใหญ่

     “Non-Flying Dutchman” บุรุษผู้ไม่สามารถเดินทางด้วยเครื่องบิน ได้รับหมายเลขนี้ มาจากการที่ ร็อบ แยนเซ่น เอเยนต์ของเขาใส่เป็นหนึ่งในข้อเสนอที่ให้กับ อาร์เซนอล ตอนซื้อเขามาร่วมงานด้วย (เบิร์กแคมป์เคยระบุว่า เขาชอบหมายเลข 10 แต่ไม่ได้เรียกร้องในตอนแรกว่าต้องการหมายเลขนี้ สุดท้ายแล้วด้วยความยินยอมของทั้งสโมสร และ เมอร์สัน ทำให้เขาได้หมายเลข 10) โดย เมอร์สัน เลือกไปสวมเสื้อหมายเลข 9 ซึ่ง อลัน สมิธ กองหน้าทีมชาติอังกฤษอีกคนประกาศเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพแทน

 

     ตลอด 10 ปี ที่ อาร์เซนอล 2-3 ปีแรก เบิร์กแคมป์ คิดว่าเดี๋ยวคงจะได้ย้ายออกจากทีมไปเล่นลีกอื่นต่อ และจะกลับไปเลิกเล่นที่ เนเธอร์แลนด์ บ้านเกิด สุดท้ายครบรอบ 10 ปี และวันสุดท้ายของการเป็น นักเตะ อาชีพ สโมสรในบ้านเกิดที่สร้างเขาขึ้นมา กลับต้องบินมาอังกฤษ เพื่อต้องมาลงเล่นในวันอำลาของเขา สโมสรที่เขากลายเป็นตำนานของสโมสรตลอดไป

 

     การสละหมายเลข 10 กับผลงานตลอด 10 ปีของเขา ทำให้ใครที่จะมารับช่วงต่อต้องคิดหนัก เพราะมาตรฐานที่ เบิร์กแคมป์ สร้างไว้สูงจนน่ากังวล และจะไม่รอดพ้นจากการเปรียบเทียบอย่างแน่นอน ดังนั้นคนที่มารับช่วงต่อจึงเป็นคนที่ ใจกล้า บ้าบิ่น และมั่นใจอย่าง วิลเลี่ยม กัลป์ลาส

 

วิลเลี่ยม กัลลาส : หมายเลข 10 ที่ไม่ใช่ตัวรุก

     กัลลาส ถูกตั้งคำถามตั้งแต่วันแรกที่ย้ายมา อาร์เซนอล ในดีลสลับขั้วกับ แอชลีย์ โคล (ดีลนี้ อาร์เซนอล ได้เงินอีก 5 ล้านปอนด์) และใครต่างคิดว่า เขาจะรับเสื้อหมายเลข 3 ซึ่งเป็นหมายเลขที่เหล่ากองหลังเลือกใช้กัน แต่เขากลับเลือกหมายเลข 10 และนั่นทำให้แฟน อาร์เซนอล หลายคน ไม่ชอบกับการเลือกนี้ของเขา

 

     “วิลเลี่ยมไม่ได้อยากได้หมายเลข 3 เขาไม่สะดวกใจจะเลือกหมายเลขนี้ ทำให้เราต้องมองหาหมายเลขอื่นแทน สุดท้ายแล้ว ผมคิดว่ามันเป็นทางเลือกที่ดีในการมอบหมายเลข 10 ให้กับกองหลัง ดีกว่าจะมอบมันให้กับ กองหน้าที่จะต้องเจอเรื่องของการเปรียบเทียบกับ เดนนิส เบิร์กแคมป์ อย่างแน่นอน” อาร์แซน เวนเกอร์ กล่าวถึงเหตุผลการตัดสินใจสำหรับกองหลังคนใหม่ และหมายเลข 10

 

     แต่ในความจริงแล้วเขาคือหมายเลข 10 ที่ไม่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุด เฉกเช่นเดียวกับ จอร์จ ลาเซนบี้ ผู้ซึ่งเคยรับบทเป็น เจมส์ บอนด์ 007 แต่กลับแทบไม่ได้รับการกล่าวถึงมากนัก

 

     สิ่งที่ทำให้เขาไม่ได้รับความนิยมจากแฟนบอลเลย นอกจากเรื่องของหมายเลขเสื้อ ซึ่งมันอยู่ผิดที่ผิดทางแล้วในความเห็นของแฟนบอลแล้ว เรื่องของพฤติกรรมของเขาก็เป็นหนึ่งเรื่อง กัลลาส ได้รับตำแหน่งกัปตันทีม และแสดงความเป็น “พี่ใหญ่” ออกมาหลายครั้ง สร้างความไม่พอใจให้กับ นักเตะ ในทีมหลายคน โดยเฉพาะ โคโล ตูเร่ ที่ถึงขั้นมีเรื่องกันในสนามซ้อม และจบด้วยการย้ายออกของ ตูเร่ ในปี 2009 โดย กัลลาส บอกสื่อเกี่ยวกับทีมที่ว่า สโมสรไม่กล้าเพียงพอในการลงเล่นอย่างเข้มแข็ง ทีมต้องการความแข็งแกร่ง มีผู้เล่นเฉกเช่นทหาร แต่อาร์เซนอลในมุมมองของเขา คือ นักเตะ ดาวรุ่งที่ยังเด็กและต้องเรียนรู้เท่านั้น ซึ่งนั่นสร้างความไม่พอใจให้กับ นักเตะ หลายคนหลังสัมภาษณ์นี้ออกมา ลุกลามไปจนถึงการเกิดปัญหาส่วนตัวระหว่างพวกเขาสองคนจนถึงขั้นไม่คุยกันเลย

 

     ภาพจำของ กัลลาส กับอาร์เซนอล กลายเป็นเกมเสมอกับ เบอร์มิงแฮม 2-2 ในฤดูกาล 2007-2008 ซึ่ง อาร์เซนอล เสียโมเมนตัมการลุ้นแชมป์อย่างแรงในเกมนั้น พวกเขาเสียทั้ง เอดูอาร์โด้ ดา ซิลวา จากการขาหัก และเสียชัยชนะไปจากการเสียจุดโทษในนาทีสุดท้าย ขณะที่ กัลลาส ผู้ซึ่งเป็นกัปตันทีม ลงไปนั่งทรุดกับพื้นสนาม ท่ามกลางกองทัพสื่อที่รอถล่มซ้ำเติม ในขณะที่ นักเตะหลายคนยอมรับว่า เหตุการณ์นั้นส่งผลต่อทีม และความเป็น “กัปตันทีม” ของ กัลลาส ทันที

 

     แต่จากที่ “ไม่ชอบ” กลายเป็น “เกลียด” คือการที่สุดท้ายแล้ว เขาปฏิเสธสัญญาใหม่กับ อาร์เซนอล และเลือกย้ายไปเล่นกับ สเปอร์ส แม้จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม “อย่าหาทำ” แต่อย่างที่บอก กัลลาส ก็กล้า และบ้าพอกับทุกเรื่องที่ทำ และผลของมันก็ทำให้เขากับแฟนบอล อาร์เซนอล ไม่เป็นที่ชื่นชอบ เช่นเดียวกับ ปลายทางของคนที่ “สืบทอด” หมายเลข 10 ต่อจากเขา

 

โรบิน ฟาน เพอร์ซีย์ : หมายเลข 10 ของเด็กน้อย…ที่เปลี่ยนใจ

      “อาร์วีพี” เอ่ยปากของเปลี่ยนจากหมายเลข 11 มาเป็นหมายเลข 10 ในฤดูกาลต่อมา เขาเชื่อว่าเขาพร้อมแล้วกับการรับหมายเลขนี้ แน่นอนในฐานะของรุ่นน้องของ เดนนิส เบิร์กแคมป์ และทั้งสองครอบครัวก็มีความสนิทกันพอสมควร ทำให้ อาร์วีพี ได้รับเสื้อหมายเลขนี้ไปอย่างสมควร อย่างไรก็ตาม เขารับเสื้อหมายเลข 10 ไปครองเพียงสองปีเท่านั้น เขาก็ทำเรื่องย้ายไปเล่นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยเหตุผลสุดดราม่า ทั้งเรื่องการมองไม่เห็นถึง “ความทะเยอทะยาน” ของสโมสร การเรียกร้องของเขาที่ดังไม่พอทำให้สโมสรเลือกจะเมินเฉยต่อสิ่งที่เขาอยากให้ อาร์เซนอล ดีขึ้น (บนข้อเท็จจริงที่ว่า อาร์เซนอล ในช่วงเวลานั้น มีปัญหาเรื่องการเงิน และหนี้สินจากการสร้างสนาม) และเขาผู้ซึ่งไม่เคยได้แชมป์พรีเมียร์ ลีก เลยก็ตัดสินใจด้วยเหตุผลที่จับต้องไม่ได้ “ผมฟังเสียงเด็กน้อยในตัวผมเสมอ และในสถานการณ์นั้น เขาต้องการอะไร เด็กคนนั้นบอกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” และนับจากนั้น ชีวิตของ อาร์วีพี ก็ได้แชมป์พรีเมียร์ ลีก สมใจอยาก แต่กับแฟนบอล อาร์เซนอล เขาก็ไม่ได้ต่างอะไรจาก นักเตะ ที่เข้ามาเล่นกับทีมแล้วก็ออกจากทีมไปเท่านั้น พร้อมกับการทิ้งหมายเลข 10 ให้กับเด็กเยาวชนของทีมรับช่วงต่อ

แจ็ค วิลเชียร์ : หมายเลข 10 ผู้เปราะบาง

     “ผมเคยคุยกับ โรบิน ว่าผมอยากขอเสื้อหมายเลข 10 ต่อจากเขา หากวันหนึ่งเขาออกจากทีมไป และเขาก็บอกว่า เขายินดีกับเรื่องนี้ สุดท้ายพอมันเกิดขึ้นจริง อาร์แซน เวนเกอร์ ก็ยินยอมให้มันเกิดขึ้น” แจ็ค วิลเชียร์ กล่าวถึงที่มาของการได้หมายเลข 10 ของอาร์เซนอล

 

     “ซูเปอร์แจ็ค” คือเด็กปั้นของสโมสรมาตั้งแต่อายุไม่ถึง 10 ปี เขาคือทางเลือกที่แฟนบอลเชื่อว่า จะอยู่โยงกับความสำเร็จที่ อาร์เซนอล ในอนาคต ยิ่งเมื่อการเข้ามาของ ซานติ กาซอร์ล่า, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ หรือกระทั่ง เมซุต เออซิล ย้ายมาร่วมทีม อาร์เซนอล น่าจะกลับมาสู่เส้นทางความสำเร็จได้ไม่ยาก แต่แล้วความจริงเหล่านั้น เกิดขึ้นแค่ 2-3 ปีแรกของการเป็นหมายเลข 10 เพราะหลังจากนั้นคือการต่อสู้กับ อาการบาดเจ็บ ข้อเท้า, หัวเข่า และขาหัก ที่ทำให้สุดท้ายแล้ว วิลเชียร์ ไม่สามารถกลับมาเป็นเด็กคนเดิมได้อีกเลย และย้ายออกจากทีมไปแบบไม่มีค่าตัวในที่สุด ทุกวันนี้เขายังคงเป็น นักเตะ ที่ไม่มีทีมลง มีข่าวกับทีมในประเทศไทย ด้วยวัยไม่ถึง 30 ปี บ่งบอกถึงระดับการเล่นที่ไม่เหมือนเดิมอีกแล้วของเขา

 

เมซุต เออซิล…หมายเลข 10 ของเพลย์เมคเกอร์

     เออซิล คือเพลย์เมคเกอร์ ที่หลายคนบอกว่า “คลาสสิก” มีความเป็นศิลปินสูง เคลื่อนที่ไม่มากมาย แต่บอลออกจากเท้าของเขา คือความสวยงาม ทรงประสิทธิภาพ และ คิลเลอร์พาส การันตีด้วยความสำเร็จมากมายของเขา ก่อนย้ายมา อาร์เซนอล และในวันที่เขาอยู่กับ อาร์เซนอล หมายเลข 10 คนนี้ คือที่รักของแฟนบอลตลอด 8 ฤดูกาล เออซิล ได้เสื้อหมายเลขนี้เพียง 2 ฤดูกาลครึ่ง แน่นอนเขารอคอยมันมานาน และยืนยันว่าหมายเลข 10 คือหมายเลขที่มีความหมายสำหรับเขา อย่างไรก็ตาม เออซิล กลับมีปัญหา “ที่รอคอยคำตอบ จากทั้งสองฝ่าย” เกี่ยวกับการที่เขาไม่ได้ลงเล่นเลยตลอดฤดูกาล 2020-2021 จนทำให้เขาต้องออกจากทีมไปในที่สุด

 

เอมิล สมิธ โรว์…หมายเลข 10 บนความคาดหวัง และการแบกรับ

     การเลือกหมายเลข 10 ของ เอมิล สมิธ โรว์ เกิดจากความต้องการของ นักเตะ เองหลังจากได้รับข้อเสนอสัญญาใหม่ และเอ่ยปากขอช่วงต่อหมายเลขนี้ ผ่านการเห็นชอบจาก มิเคล อาร์เตต้า ที่มองเห็นถึง ศักยภาพของผู้เล่น และเชื่อมั่นในตัวเด็กคนนี้ว่านี่คือ อนาคต อีกหนึ่งทศวรรษข้างหน้าของอาร์เซนอล เช่นเดียวกับที่เขาเลือกมอบหมายเลข 7 ให้กับ บูคาโย่ ซาก้า ในฤดูกาลที่แล้ว

 

     “อีเอสอาร์” ยอมรับว่าเขาเตรียมใจมาเยอะพอสมควรในการทางเลือกของตนเอง เขารู้ว่ามันมีความหมายมากแค่ไหน และมันมีความคาดหวังมากเท่ากับความหมายของมัน แต่นี่คือความฝันของเด็กคนหนึ่ง และเขาเลือกจะคว้ามันเอาไว้ ส่วนจะสำเร็จหรือไม่ อีกไม่นานคงได้รู้กัน

 

     อาร์เซนอล ในฤดูกาล 2021-2022 ฤดูกาลแรกในรอบ 26 ปีที่ไม่ได้ลงเล่นในฟุตบอลยุโรป เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงบนความไม่แน่นอน แต่สิ่งที่เราได้เห็นชัดเจนอย่างยิ่ง คือการเข้าสู่ยุคใหม่อย่างเต็มตัว กับทีมพลังหนุ่มที่เติบโตจากระบบเยาวชนสโมสรหลายคนก้าวเข้ามาสู่ทีม และรับผิดชอบกับทีมอย่างเต็มตัว เพื่ออนาคตข้างหน้าของทีม

 

เป็นทางเลือกที่เสี่ยงมากพอกับน่าตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน…

Ads ทีเด็ด บอล เต็ง วันนี้ ฟุตบอล วันนี้