ufabet ทีเด็ด บอล วันนี้ ราคา บอล

ย้อนรอย 25 ปี สิงโตคำราม Euro 1996

“สิงโตคำราม” อังกฤษ ก้าวเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นี่คือครั้งแรกของพวกเขากับการเข้าถึงรอบนี้

 

25 ปีที่แล้ว อังกฤษ อกหักในรอบรองชนะเลิศ ใน สนาม เวมบลีย์ เดิมด้วยการพ่ายจุดโทษ ต่อเยอรมัน

 

25 ปีต่อมา อังกฤษ กำลังจะได้ลงเล่นใน เวมบลีย์ ใหม่ กับ อิตาลี ในเกมรอบชิงชนะเลิศ

 

     “It’s Coming Home” กระหึ่มทั่วเวมบลีย์ พร้อมกับบรรยากาศเฉลิมฉลอง การเข้าสู่รอบสุดท้ายที่พวกเขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนในทัวร์นาเมนต์นี้ โดยเพื่อเป็นการฉลองการเข้ารอบที่ไม่มี นักเตะอังกฤษคนไหน เคยผ่านมาก่อน เรามาดูกันว่าเมื่อ 25 ปีที่แล้ว นักเตะ ที่ลงเล่นในเกมนั้น และเกือบทำสำเร็จ มีใครกันบ้าง และในเวลานี้ พวกเขาอยู่ที่ไหนกัน

ระบบ 4-4-2 แบบเหลี่ยมเพชร

นายทวาร : เดวิด ซีแมน

     ซีแมน จบทัวร์นาเมนต์ด้วยการยกย่องว่าเป็นนายทวารฟอร์มเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งในรายการนี้ เขาลงเล่นอย่างโดดเด่น แม้ว่าในเกมรอบรองชนะเลิศ จะไม่สามารถเซฟจุดโทษทั้ง 6 ครั้งได้เลยก็ตาม เขาลงเล่นกับ อาร์เซนอล จนถึงปี 2003 ก่อนย้ายไปเล่นกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อีกเล็กน้อย และก็ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพ หลังจากเลิกเล่น เขาเป็นคนหนึ่งที่ไม่เข้าวงการโค้ช แต่กลับไปเล่นสเกตน้ำแข็ง และก็ได้เจอกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เล่นสเกตด้วยกัน และต่อมาเธอคือภรรยาของเขานั่นเอง

 

แบ็คขวา : เดวิด แพลต

     แม้ว่า ณ เวลานั้น จะมีทั้ง แกรี่ และ ฟิล เนวิลล์ เป็นแบ็คธรรมชาติติดทีมไปด้วย แต่สุดท้ายแล้ว เดวิด แพลต กองกลางประสบการณ์สูงจาก ซามพ์โดเรีย ก็ได้ลงเล่นในตำแหน่งนี้ และเป็นหนึ่งในคนยิงจุดโทษในช่วงตัดสินด้วย แพลต หลังจบทัวร์นาเมนต์ เขาได้แชมป์พรีเมียร์ ลีก กับ อาร์เซนอล ก่อนจะย้ายไป นอตติ้งแฮม ฟอเรสต์ อีกสองปี และก็เลิกเล่นในปี 2001 หลังจากนั้นก็รับงานคุมทีมไปหลายที่ แต่ที่เด่นที่สุดคือช่วงเวลากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

แบ็คซ้าย : สจ๊วต เพียร์ซ

     “ไซโค” ได้ล้างตาจากความผิดพลาดในฟุตบอลโลก 1990 ที่เขาพลาดจุดโทษตัดสินในรอบรองชนะเลิศ กับ เยอรมัน มาครั้งนี้เขาทำได้สำเร็จในฐานะคนยิงจุดโทษในช่วงเวลาตัดสิน เพียร์ซ เวลานั้น อายุ 34 ปี ใครก็คิดว่าเขาจะเลิกเล่นในอีกไม่นาน แต่ที่ไหนได้ เขาลงเล่นจนถึงปี 2002 หรือตอนอายุ 40 ปี โน่นเลย หลังจากนั้นก็รับงานคุมทีมที่เคยผ่านงานมาแล้วทั้งกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือว่า ทีมชาติอังกฤษ ชุดเยาวชนก็ผ่านมาแล้วเช่นกัน

กองหลังตัวกลาง : แกเร็ธ เซาธ์เกต

     หากคนที่มีปมในใจมากที่สุดใน ยูโร 1996 ก็คือเขาในฐานะคนที่ 6 ที่ออกไปยิงจุดโทษในช่วง Sudden Death แล้วพลาดทำให้ทีมตกรอบ เซาธ์เกต หลังจบทัวร์นาเมนต์ เขาไปเล่นกับ มิดเดิ้ลสโบรซ์ และเป็นกัปตันทีมคนแรกที่ได้ชูถ้วยแชมป์แรกของประวัติศาสตร์สโมสร กับแชมป์ ลีก คัพ ในปี 2004 หลังจากนั้นก็เข้ามาทำงานคุมทีม และแน่นอน เวลานี้เขาคือผู้จัดการทีมชาติอังกฤษคนปัจจุบัน ที่กำลังลุ้นพาอังกฤษคว้าแชมป์ยูโร

 

กองหลังตัวกลาง : โทนี่ อดัมส์

     “มิสเตอร์ อาร์เซนอล” ลงเล่นกับอังกฤษจนถึง ยูโร 2000 ก่อนจะเลิกเล่น และลงเล่นกับ อาร์เซนอล จนถึงปี 2002 ก็เลิกเล่นแบบได้ “ดับเบิ้ลแชมป์” เป็นการสั่งลา อดัมส์ เป็นหนึ่งคนที่เขาวงการโค้ช แต่ไม่ประสบความสำเร็จอะไรเลย ทั้งการคุมทีมใน อังกฤษ, สเปน, อาเซอร์ไบจาน หรือว่าในจีน ตอนนี้หยุดคุมทีมแล้ว และมาออกสื่อในฐานะนักวิจารณ์แทน

 

ปีกขวา : ดาร์เรน แอนเดอร์ตัน

     ปีกกระดูกยุงมีความทรงจำทีดีในยูโร 1996 ตามด้วยฟุตบอลโลก 1998 ที่ยิงประตูสุดสวยในเกมพบกับ โคลอมเบีย แต่สำหรับระดับสโมสรเขาเล่นกับ สเปอร์ส จนถึงปี 2004 ก่อนจะย้ายไปเล่นอีกหลายทีม และจบลงที่ บอร์นมัธ ในปี 2008 และก็เข้าวงการสื่อมวลชน รวมถึงเล่นเกมการกุศลต่าง ๆ

 

ปีกซ้าย : สตีฟ แมคมานามาน

     แม็คก้า กลายเป็น นักเตะ คนแรกในรอบหลายปีของอังกฤษ ที่ย้ายไปเล่นนอกประเทศกับสโมสรชั้นนำ กับ เรอัล มาดริด ที่ทำให้เขาได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนจะย้ายกลับมาเล่นกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และเลิกเล่นในปี 2005 ก่อนจะเข้าไปทำงานในวงการสื่อ รวมถึงรับงานกับสโมสร ลิเวอร์พูล

กองกลางตัวรับ : พอล อินซ์

     “กัฟเนอร์” ลงเล่นกับทีมชาติอังกฤษถึง ยูโร 2000 ส่วนระดับสโมสร อินซ์ ย้ายไปเล่นกับ ลิเวอร์พูล อริเบอร์หนึ่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตามด้วย มิดเดิ้ลสโบรซ์ ก่อนที่สุดท้ายจะเลิกเล่นในปี 2007 กับ แมคเคิ่ลสฟิลด์ ทาวน์ ซึ่งเขามีอายุ 40 ปี โดยในปีสุดท้ายของเขารับงานเป็น ผู้เล่น / ผู้จัดการทีมด้วย อย่างไรก็ตาม อินซ์ รับงานคุมทีมหลายสโมสรตลอด 8 ปี ก่อนจะเลิกรับงานคุมทีมในปี 2014 โดยมี แบล็คพูล คือสโมสรสุดท้ายของเขา

 

กองกลางตัวรุก : พอล แกสคอยน์

     อัจฉริยะสติเฟื่อง สร้างตำนานประตูสุดสวยในเกมพบกับ สกอตแลนด์ ในทัวร์นาเมนต์นี้ ก่อนที่หลังจากนั้น แกซซ่า จะมีปัญหาบาดเจ็บ และทำให้หลุดจากทีมในฟุตบอลโลก 1998 ที่เขาสติแตก ด่า เกล็น ฮอดเดิ้ล ผู้จัดการทีมอย่างรุนแรง และนั่นคือครั้งสุดท้ายของเขากับทีมชาติอังกฤษ หลังจากนั้นในระดับสโมสรเขา ออกจาก กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ที่ได้แชมป์จนเบื่อกลับมาเล่นกับ มิดเดิ้ลสโบรซ์ ตามด้วย เอฟเวอร์ตัน ก่อนที่จะพเนจนไปเล่นอีกหลายทีม โดยทีมสุดท้ายคือ บอสตัน ยูไนเต็ด  แต่ที่ แกสคอยน์ ตกเป็นข่าวดังก็คือ เรื่องนอกสนามที่เขา เมาเละ เมาตลอดวันตลอดคืน จนหมดตัว ร่างกายพังยับเยิน และเกือบตายหลายครั้ง จนต้องบำบัดโรค แอลกอฮอลลิซึ่ม ที่เขาดีขึ้นมากแล้ว และยังคงเห็นเขาตามสื่ออยู่บ้าง

 

กองหน้า : เท็ดดี้ เชอริงแฮม

     “น้าหมี” ลงเล่นกับทีมชาติอังกฤษจนถึงฟุตบอลโลก 2002 แต่กับระดับสโมสรเขาประสบความสำเร็จอย่างยิ่งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้ ทริปเปิ้ลแชมป์ ในปี 1999 ส่งให้เขากลายเป็นตำนานตลอดไป ก่อนจะเลิกเล่นในปี 2008 ด้วยวัย 42 ปีกับสโมสร โคเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากนั้นก็มีรับงานคุมทีมอยู่บ้างทั้งกับ สตีฟเนจ และ เอทีเค สโมสรในประเทศอินเดีย

 

กองหน้า : อลัน เชียเรอร์

     “ฮอตชอต” กลายเป็นตำนานของทีมชาติอังกฤษ และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่เขามีรูปปั้นหน้าสนาม เซนต์ เจมส์ พาร์ค หลังจากเขาเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพในปี 2006 ก่อนจะกลับมารับงานคุมทีมเดียวกันในสามปีต่อมา แต่ก็ไม่อาจทำให้ นิวคาสเซิ่ล รอดตกชั้นได้ สุดท้าย เชียเรอร์ กลับมารับงานด้านสื่อมวลชนกับหลายสำนักข่าวทั้งในฐานะ คอลัมนิสต์ และรายการโทรทัศน์ หลายรายการ รวมถึงเป็น หนึ่งในสองนักเตะคนแรกที่ได้รับเกียรติจาก พรีเมียร์ ลีก ในฐานะของ นักเตะเกียรติยศของลีก ที่ เชียเรอร์ ทำไปทั้งหมด 260 ประตูในพรีเมียร์ ลีก ซึ่งยังไม่มีใครสามารถทำลายสถิตินี้ได้เลย

Ads ทีเด็ด บอล เต็ง วันนี้ ฟุตบอล วันนี้