ufabet ทีเด็ด บอล วันนี้ ราคา บอล

เมื่อ “หอก” แทงทะลุ “โล่”

     ภารกิจยูโรป้า ลีก รอบแบ่งกลุ่มของอาร์เซนอลกำลังจะใกล้ตามเป้าหมาย หลังชัยชนะเหนือ พีเอสวี ไอน์โฮเฟ่น ที่พวกเขาตัดสินใจเดิมพันใหญ่ กับการเลือกทีมชุดใหญ่บางส่วนลงสนามมาเป็นตัวจริงในเกมนี้ เพื่อเน้นสามคะแนนที่จะการันตีว่าพวกเขาเข้ารอบแน่นอน ส่วนการเป็นแชมป์กลุ่มยังคงต้องรอตัดสินกันอีกครั้งในช่วงปลายเดือนนี้

 

     เกมนี้ถูกเลื่อนมาจากในช่วงต้นเดือนจากกรณีการสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่สอง ทำให้เกมที่เกิดขึ้นในกรุงลอนดอน จำเป็นต้องเลื่อนเกมออกไปในทุกเกม และทางยูฟ่า ต้องการให้เกมรอบแบ่งกลุ่มของฟุตบอลถ้วยยุโรป จบก่อนที่จะเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายกลางเดือนหน้า และทำให้พรีเมียร์ ลีก ต้องเลื่อนเกมเพื่อหลีกทาง และนำมาซึ่งเกมวันนี้

 

     อาร์เซนอล จัดทัพใหญ่พอสมควรกับเกมนี้ เพราะหากชนะในเกมนี้พวกเขาจะทิ้งห่าง พีเอสวี ไป 5 คะแนนในขณะที่เหลืออีกสองเกมสุดท้าย ซึ่งขอเพียงไม่แพ้ในเกมเยือนพีเอสวีในสัปดาห์หน้า ทุกอย่างก็จบทันที นั่นคือเป้าหมายของอาร์เซนอล และอาร์เตต้า

 

     กาเบรียล มากัญเยส, กรานิท ชาก้า, บูคาโย่ ซาก้า รวมถึง กาเบรียล เฆซุส ถูกส่งลงเกมนี้ ร่วมกับเหล่าตัวสำรองอย่าง เอ็ดดี้ เอนเคเธีย, ฟาบิโอ วิเอร่า, แซมบี้ โลกอนก้า รวมถึง แมตต์ เทอร์เนอร์ เป็นต้น

 

     พีเอสวี ของ รุด ฟาน นิสเตลรอย โค้ชประสบการณ์ในทีมชุดใหญ่เป็นปีแรก ก่อนเกมนี้พวกเขาฟอร์มร้อนแรงยิงกระจายมาหลายเกม ชื่อของ โคดี้ กัคโป, โจอี้ เวียรมัน รวมถึง ชาบี ซิมอนส์ คือเหล่าตัวรุกที่ได้รับการกล่าวถึงว่าอีกไม่นานโอกาสที่ใหญ่กว่าลีกดัตซ์น่าจะมาถึงในไม่ช้า โดยเฉพาะกัคโป ที่เกือบจะได้ย้ายทีมในตลาดการซื้อขายรอบที่ผ่านมา

 

     อย่างไรก็ตามเมื่อเริ่มเกมนี้ สิ่งที่เห็นคือระดับความต่างที่ชัดเจน แม้จะเล่นด้วยระบบ 4-2-3-1 เหมือนกัน แต่เจ้าบ้านสามารถครองเกมได้เหนือกว่าชัดเจน รายละเอียดเกมในการปรับเปลี่ยนแผนการเล่นในระหว่างเกมที่มีทั้งการใช้งาน Invert Fullback ในการเล่นเกมรุก หรือการใช้ความสามารถเฉพาะตัวของเหล่าตัวรุก ทำได้ดีกว่าทีมเยือน

การเล่นของ พีเอสวี

     พีเอสวี เล่นเกมนี้ด้วยแผนการเล่นเพรสซิ่งในแดนตนเอง เน้นเกมรับเหนียวแน่นตรงกลาง ซึ่งกลายเป็นแนวคิดการเล่นที่เข้าทางอาร์เซนอล ที่พวกเขาเจอกับการเล่นเพรสซิ่งสูงมาตั้งแต่แดนบนแทบทุกเกมในลีก พอมาเจอแบบนี้ กองกลางอาร์เซนอล ชาก้า – โลกอนก้า สามารถกระจายบอลได้ง่าย และขึงเกมได้ในที่สุด

 

     พีเอสวี พยายามแก้เกมด้วยการแกะเพรสซิ่ง และต่อบอลสั้นสลับยาวซึ่งไม่รอดเพรสซิ่งของอาร์เซนอล ที่กองกลางดักทางบอล และมีแนวรับของทีมดันขึ้นมาสูงในบางจังหวะเพื่อตัดบอลตั้งแต่กลางสนามยิ่งทำให้ พีเอสวี บุกไม่ขึ้น

 

     คีย์หลักของส่วนนี้คือการออกบอล พีเอสวี ใช้คู่กลางสองคนคือ เอริค กูเตียเรซ และ อิบราฮิม ซันกาเร่ กองกลางตัวรับ รายแรกเป็นเหมือนผึ้งงาน รายหลังเป็นคนที่ควบคุมจังหวะของเกม ซึ่งรายหลัง หากทีมเปิดพื้นที่ให้เขาได้เล่นตามต้องการ จังหวะของเกมรุกพีเอสวีจะเกิดขึ้นทุกครั้ง ซึ่งอาร์เซนอลสามารถปิดการเล่นตรงนี้ได้ค่อนข้างดี เกมรุกจึงเกิดขึ้นได้น้อย

 

     โคดี้ กัคโป และ ชาบี ซิมอนส์ เป็นสองตัวหลักในเกมรุก ความคล่องตัวสูง โดยเฉพาะ ซิมอนส์ ที่กล้าเลี้ยงกล้าลุยและสร้างปัญหาให้กับแนวรับอาร์เซนอลได้พอสมควรทุกครั้งที่ได้โอกาส แต่เมื่อบอลมาถึงไม่มากพอ ความต่อเนื่องก็ไม่เกิดขึ้น ตรงกันข้ามกับอาร์เซนอล ที่สามารถเซตบอลได้ต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม คุณภาพบอล ของอาร์เซนอล ก็มีปัญหาพอสมควร แยกออกมาได้หลายประเด็นไม่ว่าจะเป็น

 

     ความเฉียบคมของผู้เล่นอาร์เซนอล : อาร์เซนอลสามารถสร้างเกมรุกได้เยอะมาก แต่สิ่งที่ขาดไปคือจังหวะการเข้าทำที่ไม่สามารถจบสกอร์ได้ หลายต่อหลายครั้งจบสกอร์ได้แบบจวนตัว หลายต่อหลายครั้งเซตเกมมาได้สวยงามขาดเพียงจังหวะจบสกอร์ และสุดท้ายจบสกอร์พลาดเป้าไปเอง นี่คือสิ่งที่ มิเคล อาร์เตต้า ก็ติงผลงานของลูกทีมเช่นกันว่าวันนี้ลูกทีมของเขาใช้โอกาสเปลือง

 

     เกมรับของพีเอสวี : เกมนี้หากจะให้เปรียบเทียบก็น่าจะเหมือนกับ ครึ่งหลังในเกมที่อาร์เซนอล พบกับ ลีดส์ ในเกมล่าสุด พีเอสวี ไม่ได้มีแนวคิดจะมาเล่นเกมรับมากเท่านี้ ดูจากการจัดทัพผู้เล่นก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าพวกเขาก็รอจังหวะสวนกลับเด็ด ๆ แต่ในเมื่อทำไม่ได้อย่างที่ต้องการ ก็ต้องเล่นเกมรับแน่น ซึ่งพวกเขาก็ทำได้ในระดับหนึ่งในการช่วยกันในเกมรับ แต่ความเข้าใจและการยืนตำแหน่งที่ผิดพลาดนำมาซึ่งความพ่ายแพ้ในเกมนี้

 

     การผสมผสานของนักเตะตัวจริง และตัวสำรอง: การหมุนเวียนทีมมาหลายครั้งในยูโรป้า ลีก เกมนี้ถือว่าใส่นักเตะตัวหลักลงเล่นมากที่สุด และนั่นทำให้เห็นว่านักเตะสำรองไม่ได้มีปัญหาในความเข้าใจวิธีการเล่น แต่พวกเขาขาดการเข้าทำที่มีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างแบบเห็นภาพง่าย ๆ คือ รู้สูตรการทำอาหารเหมือนกัน แต่การปรุงอร่อยหรือไม่อร่อยขึ้นกับ “รสมือ” ของแต่ละคน ซึ่งตัวสำรองยังไม่กลมกล่อมเท่ากับตัวจริงนั่นเอง ตรงนี้จะเห็นภาพชัดในตำแหน่งกองกลางวันนี้

“ตัวจริง” และ “ตัวสำรอง”

     แซมบี้ โลกอนก้า เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในฐานะของตัว “ทดแทน” เมื่อทีมไม่เลือกใช้งาน โธมัส ปาเตย์ ในวันนี้ แต่นักเตะไม่ใช่ “ตัวแทน” ในตำแหน่งกองกลางตัวรับของทีม นักเตะสามารถเล่นได้ตามสั่ง อยู่ในพื้นที่ของตนเอง แต่การออกบอล และวิชั่นในการเล่นเกมรุก-รับของนักเตะยังมีความผิดพลาด แต่ที่ไม่เป็นที่พอใจของแฟนบอลคือเรื่องของภาษากาย และการเคลื่อนที่ในสนามที่ให้ความรู้สึก “ไม่มุ่งมั่น” ของผู้เล่นเอง เมื่อเป็นเช่นนั้น กรานิท ชาก้า ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ ก็จะดันเกมไม่ได้เต็มที่แบบในวันที่มี ปาเตย์ อยู่ในทีมเช่นกัน

 

     การที่สโมสรมี “ตัวจริง” และ “ตัวสำรอง” ความต่างนอกจากเรื่องของความสามารถส่วนตัวของนักเตะแล้ว สิ่งที่สำคัญคือนักเตะคนไหนสามารถเล่นได้ตามแผนงานอย่างมีประสิทธิภาพได้มากกว่ากัน ซึ่งตรงนี้ระยะห่างของตัวจริงกับตัวสำรอง ยังมีค่อนข้างมาก และนั่นคือสิ่งที่อาร์เซนอลต้องแก้ไขกันต่อไป ซึ่งการแก้ไขก็มีทั้งแบบการเลือกซื้อนักเตะใหม่เข้ามา เป็นวิธีที่แฟนบอลชอบที่สุด จัดการง่ายที่สุด แต่สำหรับสโมสรแล้ว การพัฒนานักเตะในทีมที่มีคือทางเลือกแรกเสมอ เพราะนี่คือการพัฒนาผู้เล่นอย่างยั่งยืนพร้อมกับเป็นการประเมินศักยภาพของนักเตะไปในเวลาเดียวกัน

 

จุดต่างของเกมนี้เกิดขึ้นในช่วงผ่านไปหนึ่งชั่วโมง อาร์เซนอลสามารถครองเกมได้มากกว่าแต่ไม่สามารถจบสกอร์ได้ การเปลี่ยนเหล่าตัวจริงลงสนามมาจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อมาเพิ่มคุณภาพให้มากขึ้น และมันก็เห็นผลชัดเจนทันทีเมื่ออาร์เซนอลใช้เวลาเพียง 3 นาทีหลังการเปลี่ยนแปลงตัวสำรองชุดแรกกลายเป็นประตูทันที

 

     จังหวะประตูชัยของอาร์เซนอล: ประตูที่เกิดขึ้นในนาทีที่ 70 หลังจากที่ขึงเกมมาตลอดต่อเนื่อง ปาเตย์ เป็นคนเริ่มต้นเพลย์นี้จากการออกบอลกลางสนามมาให้ มาร์ติน เออเดการ์ด ตัวสำรองอีกคน ก่อนบอลจบมที่ โทมิยาสุ เปิดเข้ากลางมาให้กับ ชาก้า ซึ่งปรับการเล่นมาเป็น 4-1-4-1 ได้แบบเต็มตัวเมื่อมีปาเตย์ มาเป็นนายท้ายคุมจังหวะเกม ดันขึ้นมาเป็นเหมือนตัวรุกอีกหนึ่งคน และได้ยิงในจังหวะนี้เข้าประตูไป

 

     ในจังหวะนี้จะเห็นว่า อาร์เซนอล มีผู้เล่นในกรอบเขตโทษถึง 4 คน ซึ่งแนวรับพีเอสวี ถอยไปรับลึกจนเกือบถึงเส้นหกหลา และเกิดความผิดพลาดเมื่อ ซันกาเร่ ปล่อยให้ชาก้าว่างในระยะสังหาร เป็นการยืนตำแหน่งที่สับสนกันเพียงไม่กี่วินาที และกลายเป็นประตูชัยในเกมนี้

 

     การได้ประตูเป็นการปลดล๊อคอาร์เซนอลทันที และทำให้เกมเปลี่ยนเพราะ พีเอสวี ซึ่งตลอดเกมไม่สามารถเซตเกมบุกได้อย่างที่ต้องการ ต้องพยายามเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งก่อนจะเสียประตู ฟาน นิสเตลรอย ก็เริ่มปรับเปลี่ยนตัวรุกอย่าง นูโน่ มาดูเอเก้ ลงสนามมา ซึ่งกลางรุกชาวอังกฤษคนนี้ก็เล่นได้น่าสนใจไม่น้อย และตราบใดที่อาร์เซนอลยิงประตูที่สองไม่ได้พวกเขาก็ยังคงมีความหวัง หากจะมองความผิดพลาดของอาร์เซนอลในเกมนี้ก็คือในเรื่องนี้ เมื่อคู่แข่งยังไม่ตายอะไรก็เกิดขึ้นได้ และมันก็เป็นเช่นนั้นจนกระทั่งจบเกม

 

     อาร์เซนอล จบเกมนี้ได้ตามภารกิจที่ต้องการเป็นการเดิมพันที่คุ้มค่ากับการเลือกใช้งานตัวหลักบางส่วนลงสนามมาตั้งแต่นาทีแรก และได้ผลตามที่ต้องการที่เหลืออีกสองเกมก็จะเหมือนเกมเดียวทันที หากเกมที่เนเธอร์แลนด์ พวกเขาไม่แพ้กลับออกมา ซึ่งนั่นจะช่วยในเรื่องการหมุนเวียนทีมที่เต็มที่มากกว่าเดิม ขณะที่พีเอสวี ความพ่ายแพ้ในเกมนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับ รุด ฟาน นิสเตลรอย ที่จะต้องแก้กันต่อไป เพราะว่ากันตามตารางแข่งขัน นี่คือทีมแกร่งที่สุดที่เขาได้พาทีมมาเล่นด้วย และรอที่จะแก้มือในเกมต่อไปในบ้านของตนเองสัปดาห์หน้า

 

     ขณะที่สตาร์ที่หลายคนรอดูฟอร์มอย่าง โคดี้ กัคโป หรือ ชาบี ซิมอนส์ ที่ถูกมองว่าเป็น “วันเดอร์ คิด” ในยุคใหม่ก็ทำให้เห็นว่าพวกเขาผลงานไม่ธรรมดา และพิสูจน์ตัวในเกมใหญ่ได้ดีในระดับหนึ่ง รวมถึง อิบราฮิม ซันกาเร่ กองกลางตัวรับที่ผู้เขียนชอบสไตล์การเล่นเป็นพิเศษในวันนี้ในฝั่งของทีมเยือน

 

     เหลืออีกเพียง 22 วันสุดท้ายก่อนเข้าสู่การพักเบรกเพื่อฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ทุกสโมสรยังคงมีงานอีกมากให้ต้องจัดการกันแบบเกมต่อเกม เพื่อให้ฤดูกาลที่วุ่นวายนี้ เข้าสู่ครึ่งทางจุเช็คพอยต์ด้วยผลงานที่ดีที่สุดให้จงได้!

ครึ่งหลังของเกม

Half Time: Arsenal 0 – 0 PSV #ArsenalInThailand -BoyDacZ-

 

     จัดทีมใหญ่กว่าทุกเกมที่ผ่านมาในยูโรป้า ลีก เพื่อเป้าหมายการเข้ารอบต่อไปให้ได้โดยมีทั้ง กรานิท ชาก้า, บูคาโย่ ซาก้า รวมถึง กาเบรียล เฆซุส ลงตัวจริงในเกมนี้

 

     เริ่มเกมด้วยระบบ 4-2-3-1 ในเกมรับ เกมรุกปรับมาเป็น 3-2-4-1 บางช่วง และเมื่อใส่แนวรุกตัวจริงลงมาหลายคน เกมก็ดูไหลลื่น และเน้นการเจาะทางซ้ายเป็นหลัก วูบวาบแต่ยังไม่จะแจ้ง น่าจะเป็นนิยามที่เหมาะสมสำหรับ 15 นาทีแรกของเกมนี้

 

     เกมยังคงเป็นอาร์เซนอลเดินเกมบุกต่อเนื่อง ขึงเกมได้แต่ในพื้นที่สุดท้ายยังไปไม่ถึงจังหวะสังหาร พีเอสวี เกมรับเน้นกันมาเป็นอย่างดีระบบการยืนแบบหน้าคู่ ในเกมรับที่เคลื่อนที่ในเกมรับเป็นแผง อาร์เซนอล อาจจะได้บอลเยอะ แต่ก็ติดแนวรับบ้าง ผิดจังหวะกันเองบ้าง ส่วนพีเอสวี รอหาจังหวะสวนกลับที่ก็พอมีให้เห็นบ้างเหมือนกัน

 

     ครึ่งชั่วโมงผ่านไป อาร์เซนอล เร่งเกมมากขึ้น และก็ใกล้ความจริงในการลุ้นประตูมากขึ้นเรื่อย ๆ แนวรับอาร์เซนอลดันเกมขึ้นสูงดักเก็บบอลสวนกลับได้ด้วย ยิ่งตัดได้เล่นต่อได้ พีเอสวีก็หมดสิทธิ์ลุ้นในเกมรุก ถึงตรงนี้ขาดแค่จังหวะจบเท่านั้นที่ยังไม่มา

 

ตามกันต่อในครึ่งหลัง

 

     เกมนี้ไม่ต่างจากเกมครึ่งหลัง ลีดส์ – อาร์เซนอล เลย เปลี่ยนแค่เราเป็นลีดส์บุกแหลกจะเอาให้ได้ ส่วนพีเอสวี อยากสวนกลับ อยากเล่นเกมบุก แต่บอลเซตเกมรุกไม่ได้ ก็เลยจำใจเล่นเกมรับแทบตลอดครึ่งแรก

 

     สถานการณ์อยู่กับเราแล้วว่าจะละเอียดแค่ไหนในพื้นที่สังหารเพราะขาดแค่นั้นแล้ว หลายครั้งเร่งจนเร่งเกินไปก็มีให้เห็น ส่วนพีเอสวี เล่นเกมรับแบบยืนโซนไม่ได้เพรสซิ่งใส่หนักแบบหลายทีมในลีก อาร์เซนอลเล่นง่ายเลยตรงกลาง ควบคุมจังหวะได้หมด

 

Full Time: Arsenal 1 – 0 PSV #ThailandArsenalOfficial

 

ARS: Xhaka 70

 

อาร์เซนอล การันตีการพื้นที่สองอันดับแรกของกลุ่มแน่นอนแล้ว

เกมต่อไปในยูโรป้า ลีก พบกับพีเอสวี ในเกมเยือนที่เนเธอร์แลนด์

อาร์เซนอล 1 – 0 พีเอสวี

     อาร์เซนอลไม่เปลี่ยนผู้เล่น พร้อมกับเร่งเกมบุกทันทีเพื่อลดแรงกดดันในฐานะของเจ้าบ้านที่ครองเกมบุกได้มากกว่าตั้งแต่ครึ่งแรก โดยพีเอสวี เริ่มใช้การเพรสซิ่งสูงตั้งแต่แดนบนในครึ่งหลัง และมองหาจังหวะสวนกลับ

 

     อาร์เซนอลเร่งเกมอีกรอบ ซาก้า – เฆซุส ได้โอกาสจบสกอร์ที่ยังคงไม่เป็นประตู บรรยากาศในสนามปลุกเร้ากันหนัก เพราะเฉียดไปมาหลายรอบแล้วยังไม่ได้ประตูที่ต้องการ ยิ่งนานไปยิ่งทำให้เห็นว่าตัวสำรองที่ได้รับโอกาสในวันนี้ มีส่วนมากกับการทำให้เกมไม่ไหลลื่น ไม่ดุดัน ต่างจากเหล่าตัวจริงในเกมบุก ที่แทบจะสร้างโอกาสกันเองแทบทั้งสิ้น

 

     โลกอนก้า, ฟาบิโอ วิเอร่า โดนเปลี่ยนตัวออกส่ง ปาเตย์ และ เออเดการ์ด ลงสนามมาเพิ่ม เท่ากับใส่เกมรุกกันแทบจะเต็มแม็กซ์แล้วในช่วงประมาณ 20 นาทีสุดท้าย และมันก็เกิดประตูในที่สุด

 

การเซตบอลที่เล่นกัน 3-4 จังหวะก่อนจบด้วย โทมิยาสุ เปิดบอลหักกลับมากลางเขตโทษ และกลายเป็น ชาก้า กดด้วยขวาไม่มีเหลือประตูที่รอคอยมาถึง

 

     เกมช่วงท้าย อาร์เซนอล ผ่อนเกมลงไปบ้าง แต่ก็ยังเห็นถึงโอกาสที่ควรจะได้ประตูที่สองหลายต่อหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็จบลงเพียง 1-0 การันตีเข้ารอบแน่นอนแล้ว แต่ยังคงต้องลุ้นการคว้าแชมป์กลุ่มกันต่อไปในเกมต่อไปซึ่งจะไปเยือน พีเอสวี ที่เนเธอร์แลนด์กันต่อไป

 

     อาร์เซนอลตัดสินใจใส่ตัวจริงลงสนามหลายคนในเกมนี้เพื่อโอกาสในการการันตีแชมป์กลุ่มในรอบนี้ และพวกเขาก็สมหวังกับชัยชนะ 1-0 ที่ทำให้โอกาสคว้าแชมป์กลุ่มใกล้ความจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

อาร์เซนอล การเดิมพันเพื่อแชมป์กลุ่ม และระยะห่างระหว่างตัวจริงกับตัวสำรอง

 

     ยูโรป้า ลีก สำหรับการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายจำเป็นต้องเป็นแชมป์กลุ่มเท่านั้นถึงจะการันตีการเข้ารอบต่อไป หากจบด้วยรองแชมป์จะต้องมีเกมเพลย์ออฟอีกสองเกมในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2023 เพื่อหาทีมเข้ารอบต่อไป และนั่นคือภาระหนักสำหรับทุกทีม ซึ่งอาร์เซนอล ไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้น การเจอกับ พีเอสวี ในวันนี้จึงมีการจัดทีมที่แกร่งกว่าสามเกมแรกที่ผ่านมา นักเตะตัวหลักอย่าง กาเบรียล เฆซุส, บูคาโย่ ซาก้า รวมถึง กรานิท ชาก้า จึงลงสนามมาในเกมนี้เพื่อให้ได้ตามเป้าหมายของทีม

 

     เกมเป็นของอาร์เซนอลมากกว่าชัดเจนตลอด 90 นาที พวกเขาได้ลุ้นตลอดโดยเฉพาะจาก ซาก้า และ เฆซุส แต่สำหรับตัวสำรองที่ได้รับโอกาสไม่ว่าจะเป็น แซมบี้ โลกอนก้าในแดนกลาง หรือตัวรุกอย่าง ฟาบิโอ วิเอร่า และเอ็ดดี้ เอนเคเธีย กลับผลงานไม่เฉียบขาดมากพอ และยิ่งเห็นชัดเมื่อตัวจริงถูกเปลี่ยนลงสนามมาแทน อาร์เซนอลก็เริ่มใส่สกอร์ได้ทันที เป็นปัญหาที่อาร์เซนอลต้องตามแก้ไขปัญหากันต่อไป

 

พีเอสวีกับเกมที่น่าเสียดาย

 

     ทีมของรุด ฟาน นิสเตลรอย มีฟอร์มระยะหลังดุดันมากพวกเขายิง 11 ประตูในสองเกมล่าสุด ก่อนมาถึงเกมนี้ และถูกคาดเดาว่าเกมนี้น่าจะเป็นเกมที่สนุก แต่กลายเป็นเกมที่ พีเอสวี ไม่สามารถตั้งเกมรุกได้แบบที่ต้องการ และต้องเล่นเกมรับรอสวนกลับเป็นหลัก ทำให้เกมรุกอย่าง โคดี้ กัคโป หรือ ชาบี ซิมอนส์ ไม่วูบวาบได้โชว์ผลงานเท่าที่ควร โอกาสยิงของทั้งสองทีมที่แตกต่างกันเกือบ 4 เท่าตัว ชี้ชัดถึงรูปเกมนี้

 

     อิบราฮิม ซันกาเร่ กองกลางตัวรับของทีม ซึ่งวันนี้เป็นหนึ่งในคนสำคัญในการเซตเกมรุกของทีม มีผลมากกับเกมนี้ หากเขาสามารถออกบอลได้ทีมก็สร้างเกมรุกได้ แต่วันนี้เขาทำได้น้อยเกินไป โดยช่วงท้ายเกม พีเอสวี ก็พอจะมีโอกาสอยู่บ้างแต่ก็ไม่ทันแล้ว

 

อาร์เซนอล 1 – 0 พีเอสวี : เก็บตกประเด็นหลังเกม ปืนใหญ่เฉือนชัยจ่อแชมป์กลุ่มยูโรป้า ลีก

 

     ต่อจากนี้อีกสองเกมคือสองเกมเยือนสำคัญ กับการเยือนเซาธ์แธมป์ตันที่ปีก่อนเราแพ้พวกเขา และเกมเยือน พีเอสวี ที่เราต้องการผลเสมอเป็นอย่างน้อยเพื่อการันตีแชมป์กลุ่มยูโรป้า ลีก ที่เราต้องการ #ArsenalInThailand -BoyDacZ-

Ads ทีเด็ด บอล เต็ง วันนี้ ฟุตบอล วันนี้